วลินทร์ ชัยยุทธ์ (หรือที่รู้จักในชื่อ ชัยวัฒน์ แว่วนิล) แรงงานเกษตรชาวไทยวัย 33 ปี จากจังหวัดชัยภูมิ เสียชีวิตในคืนวันพุธที่ 18 มีนาคม จากสะเก็ดระเบิดลูกปรายของขีปนาวุธอิหร่านที่โมชาฟ อาดานิม ในเขตชารอน ภาคกลางของอิสราเอล เขากลายเป็นคนไทยรายแรกที่เสียชีวิตนับตั้งแต่สถานการณ์ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นจากปฏิบัติการ “เสียงคำรามของสิงโต” เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เขาทิ้งภรรยาและลูกเล็กไว้ที่ประเทศไทย
เหตุการณ์#
ก่อนเที่ยงคืนของวันพุธเล็กน้อย ขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านได้โจมตีหลายจุดทั่วอิสราเอล ขีปนาวุธลูกหนึ่งซึ่งบรรจุหัวรบลูกปรายที่กระจายระเบิดย่อยหลายสิบลูกในพื้นที่กว้าง ได้ตกลงที่ชุมชนเกษตรกรรมโมชาฟ อาดานิม
ชัยยุทธ์ถูกพบในโรงเก็บรถแทรกเตอร์ มีบาดแผลที่ศีรษะอย่างรุนแรงจากสะเก็ดระเบิด เจ้าหน้าที่กู้ชีพ “มาเก็น ดาวิด อาดอม” เดินทางถึงที่เกิดเหตุแต่ต้องประกาศว่าเขาเสียชีวิตแล้ว แม้จะพยายามปฐมพยาบาลอย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อีดาน ชีนา บรรยายสถานการณ์ว่า “เมื่อเราไปถึง เราถูกนำไปยังพื้นที่เกษตรกรรมที่ถูกโจมตีในโรงเก็บของ สะเก็ดโลหะกระจัดกระจายรอบๆ และใกล้ๆ นั้น ชายคนหนึ่งนอนหมดสติพร้อมบาดแผลจากสะเก็ดระเบิดอย่างรุนแรง”
แรงงานไทยอีก 24 คนในพื้นที่เดียวกันรอดชีวิตจากการโจมตีหลังจากเข้าไปหลบในที่พักพิงได้ทันเวลา ยังไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมชัยยุทธ์จึงไม่ได้เข้าร่วมกับเพื่อนร่วมงานในที่หลบภัย
“คนเงียบและเก็บตัว”#
โยราม ด็อกโตรี ประธานสมาคมชุมชนโมชาฟ อาดานิม เล่าถึงชัยยุทธ์ในการให้สัมภาษณ์กับ “คาน นิวส์” ว่า “วลินทร์อยู่ที่นี่มาครึ่งปีแล้ว เป็นคนเงียบ เก็บตัว ผมเห็นเขาทุกเช้าบนรถแทรกเตอร์ มุ่งหน้าไปทุ่งนา”
ชุมชนเกษตรกรรมแห่งนี้ได้รับแรงงานไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน “แรงงานไทยเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเรา” ด็อกโตรีเน้นย้ำ “สิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญ เราก็ต้องเผชิญเช่นกัน เราอยู่ด้วยกันทุกวันในทุ่งนา”
ผลกระทบต่อชุมชนแรงงานไทย#
การเสียชีวิตครั้งนี้สร้างความตกใจอย่างมากในหมู่แรงงานเกษตรชาวไทยในอิสราเอลซึ่งมีจำนวนประมาณ 25,000 คน แรงงานไทยเป็นกำลังหลักของภาคเกษตรกรรมอิสราเอล ทำงานในฟาร์มและทุ่งนาทั่วประเทศ
ด็อกโตรีแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางจิตใจต่อแรงงานและความเป็นไปได้ที่จะเกิดการอพยพกลับครั้งใหญ่ “เราดูแลเพื่อนร่วมงานของเขา พวกเขาตกใจมากและไม่รู้จะทำอย่างไร แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ทำงานตั้งแต่เกิดเหตุ เราพยายามช่วยเหลือพวกเขา” เขากล่าว “เรากังวลมากว่าจะเกิดการอพยพกลับเหมือนหลังเหตุการณ์ 7 ตุลาคม”
หลังจากเหตุโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ที่ทำให้คนไทย 39 คนเสียชีวิตและหลายคนถูกจับเป็นตัวประกันจากชุมชนเกษตรกรรมทางภาคใต้ของอิสราเอล แรงงานไทยหลายพันคนเดินทางออกจากประเทศ ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนแรงงานอย่างมากในภาคเกษตรกรรม
การตอบสนองอย่างเป็นทางการ#
ประธานาธิบดีอิสราเอล ยิตซ์ฮัก แฮร์ซ็อก แสดงความเสียใจเป็นการส่วนตัวต่อเอกอัครราชทูตไทย โดยยอมรับถึงการเสียสละของแรงงานต่างชาติที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้ง กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลออกแถลงการณ์ประณามลักษณะการโจมตีที่ไม่เลือกเป้าหมายของอิหร่านต่อพลเรือน
กระทรวงการต่างประเทศไทยยืนยันการเสียชีวิตและแจ้งว่าสถานเอกอัครราชทูตไทยในเทลอาวีฟกำลังประสานงานส่งร่างของชัยยุทธ์กลับประเทศไทยและดำเนินการเรื่องค่าชดเชยจากอิสราเอล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางตรีนุช เทียนทอง ยืนยันรายละเอียดของเหตุการณ์และให้การสนับสนุนครอบครัวผู้เสียชีวิต
รัฐบาลไทยเรียกร้องให้ใช้การทูต คุ้มครองพลเรือน และรักษาความปลอดภัยของแรงงานไทยที่ทำงานในต่างประเทศในเขตขัดแย้ง
ผู้เสียชีวิตรายอื่น#
ชัยยุทธ์เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตหลายรายจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านที่ยิงถล่มอิสราเอลตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ คู่สามีภรรยาชาวอิสราเอลสูงอายุ ยารอน และอิลานา โมเช เสียชีวิตจากเศษซากขีปนาวุธในอพาร์ตเมนต์ของพวกเขาในรามัตกัน โดยรวมมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน และบาดเจ็บประมาณ 4,000 คนจากการโจมตีตอบโต้
การใช้ระเบิดลูกปราย ซึ่งถูกห้ามภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยระเบิดลูกปราย ค.ศ. 2008 ที่ทั้งอิหร่านและอิสราเอลไม่ได้ให้สัตยาบัน ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติเนื่องจากลักษณะที่ไม่เลือกเป้าหมายและความเสี่ยงจากวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด
แหล่งข้อมูล: Kan News, Times of Israel, Thai PBS World, กระทรวงการต่างประเทศไทย, สำนักประธานาธิบดีอิสราเอล





